วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

ความหมายของกล่องบรรจุภัณฑ์ (Packaging)

            กล่องบรรจุภัณฑ์ (Packaging)  หมายถึง สินค้าทุกชนิดที่ทำจากวัสดุใดๆ ที่นำมาใช้สำหรับห่อหุ้ม ป้องกัน ลำเลียง จัดส่ง และนำเสนอสินค้า ตั้งแต่วัตถุดิบถึงสินค้าที่ผ่านการผลิต ตั้งแต่ผู้ผลิตถึงผู้ใช้หรือผู้บริโภค กล่องบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ที่ดีย่อมสร้างภาพลักษณ์ให้สินค้าตลอดจนช่วยส่งเสริมการขาย บรรจุภัณฑ์ ที่ดีต้องสามารถรองรับน้ำหนัก  และมีความแข็งแรงพอที่จะป้องกันสินค้าที่บรรจุอยู่ภายใน การออกแบบรูปทรง การเลือกใช้กระดาษจึงเป็นเรื่องสำคัญ


อธิบาย Print on Demand (POD)

        Print on Demand (POD) คือ งานพิมพ์ตามจำนวนที่ต้องการใช้ ไม่มีสต็อก
        ปัจจุบัน มีงานที่ต้องการใช้จำนวนน้อย แต่กลับเลือกพิมพ์จำนวนมากๆ เพราะต้องการให้ราคาต่อหน่วยต่ำ เกิดค่าใช้จ่ายในการบริหารสต็อก และเสียพื้นที่ในการจัดเก็บ งานพิมพ์อาจเกิดความเสียหายได้ เช่น เปียกน้ำ สีเปลี่ยน ฯลฯ ข้อมูลอาจจะล้าสมัย ไม่ถูกต้อง เพราะพิมพ์เก็บไว้นานแล้ว (เช่น ราคาสินค้าในแคตาล็อก, ราคาในเมนูอาหาร, คู่มือสินค้าที่มีการปรับปรุง) คำนวณต้นทุนผิดพลาด เพราะคิดจากราคาต่อหน่วย แต่ใช้จริงเพียง จำนวนน้อย พิมพ์งานเพียงรูปแบบเดียวเพื่อให้ได้จำนวนมาก แต่ต้องนำไปใช้ในวาระหรือสถานทีที่ต่างกัน เช่น ทุกสาขาต้องใช้แคตาล็อก เหมือนกัน ฯลฯ

         Print on Demand (POD) คือพิมพ์ตามจำนวนที่ต้องการใช้จริง ไม่มีการเก็บสต็อกจำนวนมาก มีข้อดีหลายประการได้แก่ ลดค่าใช้จ่ายในการเก็บสต็อก ได้แก่

         - พื้นที่จัดเก็บ การบริหารสต็อก และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งพิมพ์ที่เก็บไว้นาน
         - คำนวณต้นทุนที่แท้จริงได้ เช่นเอกสารประกอบการอบรม ประชุมวิชาการ หรือ หนังสืออนุสรณ์ ฯลฯ การพิมพ์ตามจำนวนที่ใช้จริง จึงจะคำนวณค่าใช้จ่ายได้ถูกต้อง
         - สามารถพิมพ์งานเพื่อใช้เฉพาะในวาระต่างๆ เช่น การทำโปรโมชั่นสินค้าใน event หนึ่งๆ ต้องการงานพิมพ์จำนวนจำกัดที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในงานนี้เท่านั้น
         - เหมาะสำหรับการทดลองตลาดสินค้าออกใหม่ เช่น หนังสือ ปกเทป/ CD/VCD แคตาล็อก คู่มือ หรือฉลากสินค้าสามารถพิมพ์จำนวนน้อยเพื่อทดลองตลาด ก่อนการตัดสินใจพิมพ์งานจำนวนมาก                  - Update ข้อมูลได้เมื่อต้องการ เช่น ราคาในเมนูอาหาร คู่มือผลิตภัณฑ์ที่ปรับปรุงอยู่เสมอ ตำราวิชาการ ฯลฯ ควรพิมพ์เพียงจำนวนน้อยเพื่อใช้ในช่วงเวลาอันสั้นเท่านั้น
         - สร้างความหลากหลายให้กับสื่อโฆษณา เช่น สินค้าชนิดหนึ่งอาจมีแคตาล็อกแตกต่างกันหลายแบบสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน

         ดิจิตอลออฟเซ็ท ทำให้ท่านสามารถพิมพ์งานคุณภาพสูงสำหรับใช้งานในลักษณะดังกล่าวได้ ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการพิมพ์ออฟเซ็ททั่วไป

https://myprintinghouse.wordpress.com/2015/01/26/print-on-demand-pod/


วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ความหมายของแคตตาล็อก (Catalog)

        แคตตาล็อก หมายถึง เอกสารเย็บเล่มหรือสิ่งพิมพ์เป็นเล่ม ซึ่งมักจะมีสารบัญ บทนำ และเนื้อหา โดยทั่วไปเนื้อหามักจะเป็นรายละเอียด ของสินค้าและ บริการต่าง ๆ ข้อความแนะนำ โฆษณาต่างๆ สำหรับสินค้าและบริการนั้น ๆ
       ลักษณะที่สำคัญของแคตตาล็อก คือ เป็นสิ่งพิมพ์ที่มุ่งเสนอรายละเอียดของสินค้าและบริการ ซึ่งมักจะมีภาพสินค้าและคำบรรยายประกอบ โดยการจัดแบ่งประเภทสินค้าและการบริการออกเป็นหมวดหมู่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหา แคตตาล็อกบางเล่มอาจมีการบรรจุสินค้า และบริการเป็นจำนวนมาก จึงทำให้หนังสือมีความหนาเป็นอย่างมาก เพราะแคตตาล็อกมีผลต่อการจำหน่ายสินค้าและบริการค่อนข้างสูง ดังนั้น การจัดทำแคตตาล็อกจึงจำเป็นต้องใส่ใจในเรื่องคุณภาพให้มากที่สุด
      งานพิมพ์แคตตาล็อกเป็นงานพิมพ์ที่ต้องมีความละเอียดเป็นอย่างมาก เพราะแคตตาล็อกที่ดีมีคุณภาพจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า และการบริการของบริษัทนั้นๆ อีกทั้งทำให้สินค้าและการบริการนั้นมีความโดดเด่นและน่าสนใจยิ่งขึ้นอีกด้วย




วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การทำไดเร็คเมล (Direct Mail)

         ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนมากทำการตลาดให้ลูกค้ารู้จักสินค้าของตน และทำการตลาดเพื่อให้เข้าถึงตัว ลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด โดยการทุ่มโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ มากมาย ทั้งจากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุและสื่อจากโทรทัศน์ ซึ่งใช้งบประมาณที่ต้องจ่ายไปเป็นจำนวนเงินมหาศาล ทำให้ธุรกิจการทำโฆษณาสินค้า ผ่านสื่อต่างๆ เติบโตขึ้นเป็นอันมาก

         การทำสื่อโดยตรงถึงลูกค้า (Direct Communication) มีหลายวิธีมากมาย และวิธี ที่ง่ายที่สุดที่ผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ไม่ควรละเลยคือ “การทำไดเร็คเมล (Direct Mail)” พูดให้เข้าใจได้ง่าย ก็คือการส่งจดหมายธุรกิจถึงกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีผู้ประกอบการขนาดเล็กจำนวนมาก ที่ประกอบธุรกิจไปแล้วและยังคิดไม่ออก  ว่าการส่งไดเร็คเมลถึงกลุ่มลูกค้าจะมีผล อย่างไรต่อการประกอบธุรกิจ  และต้องจัดเตรียมอะไรบ้างหากต้องการสื่อถึงลูกค้า และไม่เผื่องบประมาณในส่วนนี้ไว้เลยเนื่องจากมองว่าการทำไดเร็คเมล หรือการส่งจดหมายธุรกิจถึงลูกค้าเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าเหมาะกับผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น และเป็นเรื่องใหญ่โต เกินกว่าที่ผู้ประกอบการรายเล็กๆ จะจัดทำเพื่อสื่อถึงกลุ่มเป้าหมายของตนเองหากผู้ประกอบการขนาดเล็กได้ทราบถึงความ สำคัญของการทำไดเร็คเมลว่ามีผลต่อการขายมากมาย และไม่ใช่เรื่องยากที่จะเรียนรู้และเข้าใจขั้นตอนต่างๆ ของการจัดทำ  ไดเร็คเมลสื่อถึงกลุ่มลูกค้าก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการขนาดเล็กไม่ควรมองข้าม

          การทำไดเร็คเมล (Direct Mail) แต่ละชนิดจะประสบความสำเร็จได้นั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบสำคัญหลาย ๆ อย่าง เช่น ก่อนที่จะส่งไดเร็คเมล ต้องเตรียมอะไรบ้าง และสำรวจตัวเองก่อนว่าคนที่เราจะส่ง ไดเร็คเมลให้นั้นเป็นใคร และต้องการ อะไรจากเมลนั้น



วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ประวัติความเป็นมาของปฏิทิน


ปฏิทิน คือ สิ่งที่ใช้สำหรับดู วัน เดือน ปี เป็นระบบการจัดแบ่งช่วงเวลาโดยอาศัยหลักการทางดาราศาสตร์ เพื่อใช้สำหรับเป็นหน่วยกำหนดนับอายุ และบันทึกเหตุการณ์ที่สัมพันธ์กับชีวิต ประจำวันของมนุษย์

ปฏิทินที่นิยมใช้กันใน ปัจจุบันคือ ปฏิทินแบบเกรกรอเรียน เนื่องจาก 1 ปี มี 365.24224 วัน จึงได้มีการวางหลักเกณฑ์และกำหนดขึ้นใหม่

เพื่อจัดทำเป็นปฏิทินขึ้นเริ่มใช้กันมาเป็นหลักฐานเมื่อปี พ.ศ. 497 และได้มีการแก้ไขใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2125 โดยกำหนดให้ 1 ปี มี 365 วันถ้วนเรียกว่า ปีธรรมดา หรือปรกติสุรทิน และใน 1 ปี นั้นกำหนดให้มีทั้งหมด 12 เดือน

ปฏิทินแบบเก่าบอกแต่วันทางจันทรคติเป็นข้างขึ้นข้างแรม และบอกชื่อปีเป็นชื่อตามสิบสองนักษัตร คือ ชวด ฉลู ขาล เถาะ ฯลฯ ส่วนการนับวันทางสุริยคติเพิ่งเริ่มใช้เมื่อปี  พ.ศ. 2432 นี้เอง ศักราชที่ปรากฎในปฏิทินโดย ทั่วไปมีอยู่สามอย่างคือ พุทธศักราช (พ.ศ.) มหาศักราช (ม.ศ.) และจุลศักราช (จ.ศ.)